fbpx

รู้ได้อย่างไรว่า ยางรถยนต์ ถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยน

ยางรถยนต์

สารบัญเนื้อหา

รู้ได้ยังไงว่า ยางรถยนต์ ถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยน

ยางรถยนต์ คือ สิ่งสำคัญในการถ่ายทอดกำลังเครื่องสู่พื้นถนน อีกทั้งยังต้องรองรับน้ำหนักของรถ รับหน้าที่สร้างแรงเสียดทานในการยึดเกาะถนนไปจนถึงตอนเบรกลดความเร็ว ซึ่งเมื่อใช้งานจนถึงช่วงหนึ่งยางก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งการทำงานของยางนั้นมีผลสำคัญต่อความปลอดภัย การขับขี่และประสิทธิผลของพาหนะของคุณ ยางส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้สามารถทำงานได้ดังเดิมตลอดอายุการใช้งาน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงจุดหนึ่งพวกมันจะเริ่มสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานลงในด้านการยึดเกาะถนนและการเบรก ว่าแต่เราควรจะเปลี่ยนยางเส้นใหม่ตอนไหนล่ะ?

เช่ารถบัสรับส่งพนักงาน มีความจำเป็นไหม

1. ดูที่ตัวบอกสภาพดอกยาง

ยางรถยนต์ส่วนใหญ่มีตัวบอกสภาพดอกยางอยู่บริเวณหน้ายาง ถ้าตัวบอกสภาพดังกล่าวมีความหนาในระดับเดียวกับดอกยาง นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนยางแล้วเพื่อความปลอดภัย ถ้ายางที่คุณใช้ไม่มีตัวบอกสภาพดอกยาง อีกหนึ่งเคล็ดลับคือการใช้ไม้ขีดไฟทิ่มลงไปในร่องยาง ถ้าคุณเห็นหัวไม้ขีดสีแดง หมายถึงดอกยางเหลือน้อยเกินไปที่จะใช้งานได้ต่อไป

2. แก้มยางแตกหรือแยกส่วน

ถึงแม้ว่าแก้มยางจะไม่ใช่ส่วนที่สัมผัสพื้นถนนโดยตรงเหมือนหน้ายาง แต่ถ้าแก้มยางมีรอยแตกอาจนำไปสู่ยางระเบิดหรือแตกขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้

3. ยางบวม

ยางบวมเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่อันตรายอย่างมาก การบวมของยางส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณแก้มยาง สาเหตุหลักมาจากการขับตกหลุมหรือเสียดสีอย่างรุนแรง รวมถึงข้อบกพร่องในกระบวนการผลิตซึ่งทำให้โครงสร้างยางไม่แข็งแรงในจุดที่เกิดการบวม

4. อายุยาง

ยางรถยนต์บางส่วนอาจมีอายุใช้งาน 10 ปีเต็มก่อนที่ดอกยางจะสึกหรอไปจนถึงเวลาเปลี่ยน แต่แน่นอนว่าสมรรถนะการยึดเกาะถนนจะลดลงไปตามการใช้งาน การดูอายุของยางรถยนต์สามารถดูได้ที่ตัวเลขสี่หลักที่ประทับบนแก้มยาง โดยเลขสองตัวแรกบ่งบอกสัปดาห์ที่ผลิต ขณะที่ตัวเลขสองตัวหลังบอกปีทีผลิต ถ้าดูจากภาพจะเห็นว่ายางเส้นนี้ผลิตในสัปดาห์ที่ 40 ปี 2007 การเลือกใช้งานยางใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้ยางทีผลิตภายใน 3 – 6 เดือน แต่สามารถเลือกใช้ที่ผลิตภายใน 1 – 2 ปีได้โดยที่ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน ขณะที่อายุใช้งานสูงสุดของยางไม่ควรเกิน 4 – 5 ปี (นับตั้งแต่เริ่มใช้งาน)

5. ตำแหน่งรั่วของยาง

เมื่อยางเกิดรั่ว หลายคนนิยมใช้วิธีปะยางแทนการเปลี่ยนยางทั้งเส้น เพราะประหยัดสตางค์ได้มากกว่า แต่ควรตระหนักว่าการปะยางควรทำในบริเวณที่รอยรั่วมีขนาดไม่เกิน 1 ใน 4 นิ้วและเกิดขึ้นบริเวณหน้ายางเท่านั้น การปะยางไม่ควรทำบริเวณแก้มหรือขอบยางเพราะไม่มีประโยชน์อันใดและอาจเป็นอันตรายต่อไปในอีกไม่ช้า

นอกจากนี้ การตรวจเช็คความลึกร่องดอกยางอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ท่านสามารถยืดอายุการใช้งานของยาง และ ทราบถึงความผิดปกติของยางเบื้องต้นได้ก่อน อย่างเช่น ดอกยางหมดหรือเริ่มสึกหรอ ยางเริ่มเสื่อมสภาพจนสามารถสังเกตเห็นอาการผิดปกติได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยางที่เสื่อมสภาพได้อย่างทันท่วงที แล้วรู้หรือไม่ว่า การสึกหรอของหน้ายางมีผลอย่างไร และมีสาเหตุมาจากอะไรที่ทำให้ยางเสื่อมสภาพสึกเร็ว หรือสึกหรอแบบผิดปกติ?

สนใจเช่ารถบัส ติดต่อสอบถามข้อมูล

การสึกหรอของหน้ายางมีผลอย่างไร

ยางรถยนต์เสื่อมสภาพจะมีความลึกร่องดอกยางเหลือน้อยอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนสภาพพื้นถนนเปียก เพราะเมื่อดอกยางหมดหรือเริ่มสึกหรอจะมีโอกาสที่ทำให้เกิดการเสียการควบคุมขณะขับขี่มากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่มีสิ่งกีดขวางระหว่างหน้าสัมผัสยางกับพื้นถนนหน้ายางจะต้องทำหน้าที่ในการรีดผ่านสิ่งกีดขวางนั้น เพื่อที่จะคงไว้ซึ่งการยึดเกาะระหว่างหน้าสัมผัสยางกับพื้นถนน ยิ่งมีความลึกร่องดอกยางเหลืออยู่น้อยเท่าใดประสิทธิภาพในการยึดเกาะบนพื้นถนนก็น้อยลงเท่านั้น โดยสามารถสังเกตได้จากความลึกของร่องดอกยางและสะพานยาง ดังนั้นความลึกของร่องดอกยางจึงเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ นอกจากนั้นการลดความเร็วขณะขับขี่ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการช่วยยึดเกาะพื้นถนนในสภาพถนนดังกล่าว

สาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด

สภาพรถยนต์และพฤติกรรมการขับขี่ที่แตกต่างกันไปก็ ทำให้ยางที่ใช้ในรถยนต์คันเดียวกันแต่ละเส้นมีโอกาสสึกหรอไม่เหมือนกันและอาจทำให้สึกได้ในอัตราที่แตกต่างกันมาก ซึ่งอย่างไรก็ตาม อาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้ยางสึกเร็วกว่าที่คาด หรือ การสึกหรอของยางแบบไม่เสมอกันซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงและการสั่นเต้นขณะขับขี่ โดยสาเหตุหลักของการสึกหรอแบบสึกผิดปกติที่พบเห็นบ่อย ๆ มีดังนี้

1. ความดันลมยางที่ไม่เหมาะสม

เมื่อเติมลมยางด้วยความดันที่ไม่เหมาะสมก็มีโอกาสสูงที่ทำให้ยางเสื่อมสภาพและเริ่มสึกเร็วขึ้น หรือ เกิดการสึกหรอที่ไม่เสมอกัน โดยปกติผู้ผลิตรถยนต์จะระบุความดันลมยางสำหรับล้อหน้าและล้อหลัง ซึ่งนอกจากจะคำนึงถึงความนุ่มนวล, การควบคุมรถ และการประหยัดน้ำมันแล้วพวกเขายังคำนึงถึงการสึกหรอของยางด้วย  ความดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยในการกระจายน้ำหนัก, การเร่ง, การเบรก และ เพิ่มแรงยึดเกาะในการเข้าโค้งบนหน้ายางอย่างเหมาะสม ถ้าความดันลมยางต่ำหรือสูงเกินไปขณะขับขี่ พื้นที่สัมผัสของหน้ายางจะไม่อยู่ในสภาพที่ไม่หมาะสม อย่างที่มันควรจะเป็น อาจทำให้หน้ายางเสื่อมสภาพได้ง่ายและอาจสึกเร็วขึ้น หรือ สึกไม่เสมอกัน

2. ศูนย์ล้อที่ผิดไปจากมาตรฐาน

มุมล้อ หรือเรียกอีกอย่างว่าศูนย์ล้อ คือการปรับตั้งค่าองศาของพวงมาลัย และอุปกรณ์ช่วงล่าง ซึ่งหมายถึงระบบที่เชื่อมต่อและควบคุมการเคลื่อนไหวของล้อรถ ซึ่งไม่ใช่การปรับแต่งโดยตรงที่ยางหรือกระทะล้อ การตั้งค่าช่วงล่างและศูนย์ล้อที่ดีนั้น จะต้องตั้งมุมต่าง ๆ ของยาง เช่น มุมแคมเบอร์ มุมโท และมุมแคสเตอร์ เพื่อให้ยางสัมผัสกับพื้นถนนตามมาตรฐานสเปคที่โรงงานผลิตรถยนต์ได้กำหนดไว้ ค่าศูนย์ล้อที่ไม่เหมาะสมนั้นจะส่งผลทำให้ยางเสื่อมสภาพและเกิดการสึกหรอที่ผิดปกติ จนทำให้อายุการใช้งานของยางสั้นลง ส่วนใหญ่การสึกหรอที่ผิดปกติมักพบได้ทั่วไปจากการตั้งค่าศูนย์ล้อที่ไม่เหมาะสม

3. การที่รถทำการบรรทุกหนัก

ส่วนมากแล้วปัญหาการบรรทุกน้ำหนักเกินมักจะพบมากที่สุดในรถกระบะครับ ซึ่งการบรรทุกน้ำหนักเกินมากจนเกินไปทำให้การขับขี่ไม่ปลอดภัยและยังจะเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขับขี่บนท้องถนนมากขึ้นอีกด้วย เมื่อบรรทุกหนักยางก็จะถูกแรงกดทับมากจนเกินไปและทำงานหนักตามไปด้วยส่งผลให้ยางมีปัญหาขณะขับขี่

4. หลีกเลี่ยงการเบรกและออกตัวอย่างรุนแรง

รถที่ออกตัวรุนแรงหรือมีการเบรกกระทันหัน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ยางรถของท่านเกิดระเบิดขึ้นมาในระหว่างการขับขี่ได้และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ดอกยางรถยนต์ของท่านเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานที่กำหนดด้วยนั่นเอง

5. ขับขี่รวดเร็วมีแต่ผลเสีย

การขับขี่ด้วยความเร็วสูงเป็นอีก 1 ในสาเหตุของการเสื่อมสภาพของรถยนต์ ซึ่งการขับรถเร็วนั้นทำให้ยางพังไวกว่ากำหนดและที่สำคัญเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วยครับ นึกภาพง่ายๆ เลยเช่น เมื่อรถยนต์เลี้ยงเข้าโค้งด้วยความเร็ว แก้มยางด้านข้างของรถยนต์ที่แข็งเกินไปจะไม่สามารถสัมผัสพื้นถนนได้เต็มที่ นำมาซึ่งอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์ของท่านเสื่อมอายุการใช้งานเร็วกว่ากำหนดอีกด้วย

6. เลี่ยงถนนที่ขรุขระเพื่อยืดอายุยาง

แม้ถนนที่ชำรุดจะเป็นเรื่องที่เรามักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม แต่เมื่อเจอถนนชำรุด ก็ควรที่จะขับขี่อย่างระมัดระวังยางรถยนต์ที่จะไปเสียดสีกับผิวถนน เป็นส่วนที่ทำให้ยางรถเกิดความสึกหรอได้เลยเช่นกัน ดังนั้นการขับขี่ใบพื้นถนนที่เลี้ยงไม่ได้ ก็ควรจะขับขี่อย่างช้าๆ เพื่อถนอมอายุการใช้งานของยางรถยนต์ให้นานที่สุด

เมื่อยางรถยนต์ผ่านการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ก็เป็นเรื่องปกติที่หน้ายางเสื่อมสภาพและเกิดการสึกหรอ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อสมรรถนะของยางแต่ละเส้น ในขณะเดียวกันการสึกหรอของยางที่ไม่เรียบนั้นอาจเกิดขึ้นได้และเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้ท่านต้องเปลี่ยนยางเร็วขึ้น

สรุป

ดังนั้น การดูแลรักษายางรถยนต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอโดยการตรวจเช็คลมยางเป็นประจำทุกเดือนเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณตรวจพบลักษณะการสึกแบบผิดปกติของยางหรือยางเสื่อมสภาพจนเริ่มรู้สึกในเวลาขับขี่ได้ว่าไม่เหมือนเดิม ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการหรือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและแก้ไขศูนย์ล้อโดยทันที

DASH MV
บริการเช่ารถบัส รถโค้ช ขนาด 39-45 ที่นั่ง รถที่ให้บริการเป็นรถที่นำเข้าจากต่างประเทศและเป็นรถใหม่ทุกคัน มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากลและมีระบบความปลอดภัยสูง เพราะเราใส่ใจเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก
บริษัทเช่ารถบัส
บริการเช่ารถบัส

สำหรับผู้ที่สนใจ

ทางเรามีบริการให้เช่ารถบัส
ทั้งแบบรายวัน และรายเดือน

หมวดหมู่บทความ