fbpx

กลยุทธ์การทำ CSR ผ่าน Social Media ให้มีคุณภาพ

กลยุทธ์การทำ CSR

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งต้องผลิตสินค้าและบริการแก่ผู้บริโภคและต้องสัมพันธ์กับชุมชน เพราะปัจจุบันนี้ กิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) กลายเป็นหัวข้อหนึ่งที่ถูกกำหนดให้องค์กรรัฐและในกำกับของรัฐต้องทำ เพื่อแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานเหล่านี้ทำงานเพื่อความผาสุกและเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โดยมีกรอบจริยธรรมกำกับดูแลการประกอบกิจการของหน่วยงานนั้น มิได้เป็นไปเพื่อการเอาประโยชน์เข้าตัวแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่คนดีของสังคมอีกหน้าที่หนึ่งด้วย เป็นการทำหน้าที่อย่างมีมาตรฐานและรับผิดชอบต่อความเป็นไปของทุกๆ ชีวิตในสังคม ดังนั้น องค์กรส่วนใหญ่จึงกำหนดให้มีกิจกรรม CSR เป็นกิจกรรมระดับยุทธศาสตร์ จึงต้องมีการวางแผน เตรียมการ และงบประมาณ ไว้แต่เนิ่นๆ รวมถึงกิจกรรมเหล่านั้นต้องตอบเป้าประสงค์ขององค์กรด้วย 

สารบัญเนื้อหา

เช่ารถบัสรับส่งพนักงาน มีความจำเป็นไหม

CSR เน้นถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อประเด็นสาธารณะหรือปัญหาสังคมใหญ่ เช่น ป่าไม้ที่กลายเป็นปัญหาภัยแล้ง ผู้คนและครัวเรือนที่ขาดความรู้เรื่องการทิ้งขยะจนทิ้งเกลื่อนเมือง หรือแม้แต่เรื่องการประหยัดพลังงานหรือการใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ช่วงนี้การทำ CSR แบบการช่วยเหลือให้เปล่าก็ยังคงทำอยู่ แต่เริ่มลดน้อยลงและไม่โดดเด่นแล้ว แต่กิจกรรมเกี่ยวกับการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมขนาดใหญ่เริ่มนิยมทำกันมากขึ้น 

จนไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มมีแนวคิดให้คนในส่วนต่างๆ ขององค์กรช่วยกันทำ CSR และต้องเป็นการทำที่เกิดจากความต้องการที่จะทำของคนในองค์กรจริงๆ และเป็นการทำโดยสมัครใจและต้องเป็นการทำงานร่วมกัน โดยปราศจากการบังคับหรือจูงใจด้วยผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ ผู้ร่วมกันทำต้องมองเห็นคุณค่าของการทำงานนั้นมากกว่าการสร้างภาพหรือการได้ในผลประโยชน์ตอบแทน

กิจกรรม CSR บางแนวคิดเริ่มขีดวงเน้นเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่แคบลง และเน้นประเด็นที่สังคมตื่นตัวและสนใจ เช่น รณรงค์ปลูกต้นไม้ โลกสีเขียว อุบัติเหตุ ความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งแนวคิดนี้เป็นที่นิยมในภาคธุรกิจการผลิตสินค้า และในช่วงนี้เองก็เริ่มเกิดแนวคิดว่าควรทำ CSR ให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร โดยมองว่า CSR น่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของสายการผลิตในองค์กร เช่น การใช้ผลผลิตจากชุมชนเป็นวัตถุดิบ การจ้างแรงงานบางส่วนจากชุมชน หรือกระทั่งการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการผลิตของธุรกิจ เช่น การดูแลผลกระทบที่เกิดแก่ผู้บริโภคจากการใช้สินค้าหรือบริการ ภายหลังการซื้อไปใช้แล้ว เป็นต้น

แต่ในปัจจุบันโลกไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ มันเปลี่ยนแปลงแล้วอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริบทของสังคมใหม่ที่มีการสื่อสารและระบบอินเทอร์เน็ตเป็นแกนหลักในการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้หลายๆ ครั้ง โดยตัวแปรหนึ่งที่สำคัญมาก คือ เรื่องของการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายออนไลน์ และ Social Media

การทำ CSR บนโลกออนไลน์ อย่างไรจึงจะมีพลัง

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) รายงานตัวเลขผลสำรวจสถิติการใช้ internet ของคนไทย พบว่า คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตวันละมากกว่า 6 ชั่วโมง ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มประชากรวัยรุ่นและวัยทำงาน Gen Y และ Z และเป็นการใช้เวลาผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าครึ่ง ในขณะเดียวกันระบบ internet ทำให้ระบบการสื่อสารและการค้นหาข้อมูลของประชาชนเปลี่ยนจากการสื่อสารแนวระนาบแบบทางเดียวและสองทางมาสู่การสื่อสารแบบไม่มีระนาบ

ดังนั้น คำถามที่น่าคิดสำหรับตอนนี้ คือ เมื่อสังคมไทยเข้าสู่ยุคการสื่อสารแบบใหม่ที่มีระบบเครือข่าย internet และสื่อสังคมออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญ เป็นกลไกที่มีบทบาทมากขึ้นๆ เรื่อย เราจะต้องปรับตัวทำ CSR บนโลกออนไลน์ด้วยกระบวนการสื่อสารแบบใหม่อย่างไร จะสร้างสรรค์กลยุทธ์ใหม่แต่คงเป้าหมายเพื่อการมีส่วนร่วมและการแบ่งปัน ตามกรอบพันธกิจและยุทธศาสตร์องค์กร เช่นเดิมได้หรือไม่

แม้การทำกิจกรรม CSR ในพื้นที่ และกิจกรรมผ่านการสื่อสารออนไลน์จะมีความแตกต่างกัน เพราะบริบทของการสื่อสารในพื้นที่ คือ การถ่ายทอดผลลัพธ์จากการทำงานจริง แต่การสื่อสารผ่านออนไลน์ คือ การถ่ายทอดเรื่องราวหรือปรากฏการณ์ให้สมจริง การบริหารข้อมูลและข่าวสารผ่านเครือข่ายจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนไป เพื่อให้การทำ CSR ในพื้นที่ที่ดีอยู่แล้วนั้นมีผลดีในโลกออนไลน์ด้วย เช่นกัน ดังนั้น กระบวนทำ CSR บนโลกออนไลน์ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงกลยุทธ์การสื่อสาร ต่อไปนี้

สนใจเช่ารถบัส ติดต่อสอบถามข้อมูล

1. ความรู้เรื่องการรู้เท่าทันสื่อ การเท่าทันสารสนเทศและดิจิตอล (Media, Information
and Digital Literacy- MIDL) เป็นชุดความรู้และทักษะใหม่ซึ่งผู้ทำงานด้าน CSR จะต้องรู้จัก
ทำได้ ทำเป็น และเรียนรู้การใช้ประโยชน์

2. การทำงานด้านข่าวสาร จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์พัฒนาสื่อและสาร โดยใช้แนวคิด 3Cs. กล่าวคือ ต้องมีกระบวนการในการคัดเลือกประเด็นและลำดับความสำคัญของประเด็น (Collect) จากนั้นเลือกประเด็นต่างๆ และลำดับความสำคัญแล้ว จะต้องนำมาพัฒนาสร้างสรรค์ใหม่ (Create) เป็นเนื้อหาแง่มุมต่างๆ ให้เหมาะสมกับสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อใหม่ หรือสื่อออนไลน์
ให้สอดคล้องกับแผนการเผยแพร่ข่าวสาร ซึ่งจะต่างไปจากข่าวแบบเดิม การนำเสนอสื่อต้องอยู่บนแบบแผนใหม่ เช่น การโต้ตอบด้วยระบบคลาวด์ บนหน้าจอ Facebook หรือ youtube และต้องทำกลุ่มเครือข่าย (Colleague) เช่น กลุ่มเพื่อนในไลน์, กลุ่มทวิตเตอร์, Facebook Fanpage 

3. Story Telling เป็นแบบแผนของการสื่อสารผ่านเครือข่าย ซึ่งเป็นที่นิยมและยอมรับกันว่ามีประสิทธิภาพท่ามกลางข่าวสารนับล้านๆ ชิ้นต่อวัน เทคนิคของการสื่อสารประเด็น แบบมีที่มา ที่ไป มีภูมิหลังและมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวพัน กลายเป็นเทคนิคจeเป็น จึงต้องพัฒนาศักยภาพการสื่อสาร และติดตั้งชุดความรู้เรื่องถ่ายทอดแบบใหม่นี้ ให้แก่ทีมงานผู้mujต้องทำงานเกี่ยวกับ
CSR และผู้บริหารที่ต้องเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การเผยแพร่ข่าวสาร

4. ยุทธ์ศาสตร์การสร้างความเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงคน เปลี่ยนแปลงคุณค่าและเปลี่ยนแปลงการมีส่วนร่วมด้วยการใช้เทคนิคแบบ 3 ช. เชื่อ-ชอบ- ช่วย หรือ 3Bs (Believe, Be love, Be long) ได้แก่ กลยุทธ์การใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกและสร้างสรรค์ใหม่ๆ การสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างความร่วมมือใหม่ๆระหว่างองค์กรและเครือข่าย รวมถึงสร้างระบบการวัดและประเมินผลการเปลี่ยนแปลง ในกลุ่มคนทำงานระดับต่างๆ ในเครือข่ายและผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรมที่ปรากฏในพื้นที่และในเครือข่ายอย่างรวดเร็วด้วย

สรุป

แม้โลกออกไลน์จะบทบาทมากขึ้น แต่เราก็ยังสามารถสร้างทำกระบวนการ CSR เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ขององค์กร และยังรักษาพันธกิจขององค์กรได้ ในขณะเดียวกันเราสามารถยืนหยัดที่จะรักษาเป้าหมายของการเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกับสังคม เพื่อสร้างสังคมคุณภาพอย่างยั่งยืนได้อย่างครบถ้วน

DASH MV
บริการเช่ารถบัส รถโค้ช ขนาด 39-45 ที่นั่ง รถที่ให้บริการเป็นรถที่นำเข้าจากต่างประเทศและเป็นรถใหม่ทุกคัน มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากลและมีระบบความปลอดภัยสูง เพราะเราใส่ใจเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก
บริษัทเช่ารถบัส
บริการเช่ารถบัส

สำหรับผู้ที่สนใจ

ทางเรามีบริการให้เช่ารถบัส
ทั้งแบบรายวัน และรายเดือน

หมวดหมู่บทความ